ล่องเรือแม่น้ำโขงชมเมืองมรดกโลก

กรุงเทพฯ - เชียงของ - ห้วยทราย - ปากแบ่ง - หลวงพระบาง -
วังเวียง - เวียงจันทร์ - หนองคาย - กรุงเทพฯ

( ไปเรือ - กลับ รถ 6 วัน 5 คืน )

หลวงพระบาง ในอดีตเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้าง และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ที่พัวพันฉันพี่น้องกับประเทศไทยมาแทบทุกยุคทุกสมัย เดิมมีชื่อเรียกกันหลายชื่อ เช่น นครเชียงดง, เชียงทอง , ศรีสัตตนคนหุตล้านช้าง, เมืองชวามาลาประเทศ ฯ และที่รู้จักกันมากก็คือ ศรีสัตตนคนหุตล้านช้าง ร่มขาวหลวงพระบาง หรือหลวงพระบางนั้นเอง สำหรับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ได้เริ่มต้นตั้งแต่สมัยนิยม เรื่องเล่าสืบต่อกันมาจนกระทั่งถึงสมัยครึ่งนิยาย และความชัดเจนทางด้านประวัติศาสตร์ ได้เริ่มปรากฏขึ้น ในรัชสมัยของ พระเจ้าฟ้างุ้มมหาราช ที่ทรงรวบรวมพระราชอาณาจักรลาวให้เป็นปึกแผ่น โดยตั้งเมืองเชียงดง , เชียงทอง ( หลวงพระบาง ) ให้เป็นราชธานี ซึ่งในช่วงสมัยนั้นสามารถกล่าวได้ว่าเป็น สมัยล้านช้างอย่างแท้จริง ต่อมาในยุคปัจจุบันเมืองหลวงพระบาง ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESSCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นความงดงามของวัดวาอาราม หรือสถาปัตยกรรม ดั้งเดิมที่ ผสมผสานไปกับศีลปะ ทางตะวันตก รวมถึง จารีตประเพณี ของชาว หลวงพระบางที่ยังคงรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น เช่น งานบุญทางพุทธศาสนา และการตักบาตรเช้า เป็นกิจวัตร เป็นต้น







เป็นรายละเอียดรวมทั้งรูปของการเดินทางทั้งหมด
ท่านสามารถดูรูปภาพ และ อ่านข้อมูลการท่องเที่ยวได้ตามรูปได้เลยครับ


กำหนดการเดินทาง ทัวร์ 6 วัน 5 คืน ทางรถ + เรือ

 
รบกวนโทรสอบถาม
 

 

(หากต้องการไปเป็นหมู่คณะส่วนตัวสามารถจัดให้เดินทางได้ทุกวันตามที่ต้องการ)

วันที่ 1
กรุงเทพฯ - เชียงของ
18.00 น.
คณะพร้อมที่จุดนัดหมายที่ กทม. เพื่อขึ้นรถไป อ.เชียงของ
วันที่ 2
เชียงของ - ห้วยทราย - ปากแบง - หลวงพระบาง
06.00 น.

ถึง เชียงของ รับประทานอาหารเช้า (มื้อ1)

07.00 น.
หลังจากทำพิธีการผ่านแดนไทย เรียบร้อยแล้ว พาคณะนั่งเรือข้ามฟากสู่ท่าเรือบั๊ค ( สปป.ลาว )
08.00 น.
เรือ V.I.P. โบ๊ท เริ่มออกเดินทางจากเมืองห้วยทรายเมืองห้วยทราย ล่องลงไปทางทิศใต้ ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ สองฟากฝั่งของลำน้ำโขง กระทั่งถึงสุดชายแดนไทยที่ ผาได จากนั้น เรือแล่นผ่านท่าเรือต่าง ๆ ไปตามลำดับ ในระหว่างการเดินทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำบรรยายเป็นช่วง ๆ รวมถึงงานบริการเสริฟเครื่องดื่ม อาหารว่างภายในเรือ และท่านยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ในแผ่นดินไทยได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
เที่ยง
รับประทานอาหารแบบปิกนิคบนเรือ (มื้อ2) อิสระกับการเลือกมุมถ่ายภาพตามจุดสำคัญต่าง ๆ เช่น ท่าเรือปากแบง ปากน้ำอู ถ้ำติ่ง และถ้ำน้ำคาน เป็นต้น ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ลึกเข้าไปในหน้าผาริมน้ำโขง ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปไม้กว่า 7,000 องค์ ชาวเมืองมีศรัทธา จึงสร้างพระพุทธรูปซึ่งทำมาจากไม้ นำมาถวายบูชาไว้ที่นี่ จนกลายเป็นประเพณี
19.00 น.

รับประทานอาหารเย็น (มื้อ3) พักโรงแรมมโนลักษณ์ หรือ เทียบเท่า
เที่ยวเมืองหลวงพระบางตลาดยามราตรี ตามอัธยาศัย

วันที่ 3
ตักบาตรข้าวเหนียว - พระธาตุภูสี - พระราชวังเจ้ามหาชีวิต - วัดเชียงทอง
06.00 น.
ชมและร่วมกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียว ประเพณีลาว ซึ่งจะมีพระภิกษุ - สามเณรออก มาบิณฑบาตเฉพาะข้าวเหนียวส่วนอาหารจะมีชาวบ้านนำไปถวายที่วัด
07.00 น.
เที่ยวชมตลาดเช้า
07.45 น.
รับประทานอาหารเช้า (มื้อ4) ที่โรงแรม
08.20 น.
นมัสการพระธาตุจอมภูสี องค์พระธาตุเป็นรูปทรงดอกบัวสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 80 เมตร มีบันไดทางขึ้น 365 ขั้น (1 ปี) สองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้จำปาลาว (ลั่นทม) ดอกไม้ประจำชาติลาว ชมทัศนียภาพเมืองหลวงพระบางยามเช้า, เที่ยวชมพระราชวังหลวงพระบาง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2447 ยกเป็นหอพิพิธภัณฑ์สมัยปลดปล่อย พ.ศ.2518 ท่ามกลางแมกไม้ที่ร่มรื่น พระตำหนักมีห้องต่างๆ เช่น ห้องฟังธรรม ห้องพระบาง ห้องรับรองแขกเมือง ห้องเจ้ามหาชีวิต รูปหล่อครึ่งองค์ ของเจ้าอุ่นคำ เจ้าสักรินทร์ เจ้าศรีสว่างวงศ์ และพระเจ้าสว่างวัฒนา ฝาผนังมีภาพเขียนบนผ้าใบเต็มห้องจรดเพดาน เป็นภาพ "ฮีตประเพณีลาว" จากเช้าจรดเย็น ท้องพระโรงมีบัลลังก์และเครื่องสูง ผนังประกอบด้วยกระจก เป็นเรื่องราวเป็นศิลปะลายลาว หลวงพระบางมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกห้องหนึ่งจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุจากกรุพระธาตุหมากโม (แตงโม) ห้องสุดท้ายเป็นที่ประทับ มีเตียงบรรทม ทำด้วยไม้สักโดยช่างจีน "บางกอก"
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อ5)
13.00 น.
ชมวัดเชียงทอง ตั้งอยู่ตรงแหลมระหว่างแม่น้ำคาน ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตามประวัติกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (พ.ศ.2102 - 2103) ก่อนจะย้ายเมืองหลวง ไปยังนครเวียงจันทน์ ศิลปะวัดเชียงทอง นับเป็นงานสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมของลาว เช่น มีใบเสมาดอกบัวตูมรอบพุทธสีมาหลังคา 3 ชั้นลดหลั่นอ่อนโค้งลงมาเกือบจรดพื้น จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์คือลายปิดทองฉลุบนพื้นรักสีดำเต็มผนัง ไม่ยอมให้มีที่ว่าง ภายในวัด มีโรงเมี้ยนโกศหรือที่เก็บราชรถพระโกศของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งสิ้นพระชนม์ เมื่อปี พ.ศ.2502 หลังจากนั้น ชมวัดแสน นมัสการพระธาตุหมากโม (แตงโม) วัดวิชุนอาราม หรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ หรือพระเจดีย์มหาปทุม รูปร่างคล้ายผลแตงโมผ่าครึ่ง ยอดพระธาตุ มีรัศมีเปลวแบบพระพุทธรูปสุโขทัย ที่มุมฐานชั้นบนและชั้นกลางมีเจดีย์ปทุมทั้งสี่มุม เมื่อปี พ.ศ.2457 มีการปฏิสังขรณ์ได้พบพระพุทธรูปทองคำสำริดและเงิน พระพุทธรูปอัญมณีที่แกะสลักอันมีค่ามาก, ชมการทอผ้าที่หมู่บ้านผานม เที่ยวตลาดมืดของหลวงพระบาง
18.00 น.
รับประทานอาหารค่ำ (มื้อ6) , เที่ยวตลาดมืดของหลวงพระบาง
21.30 น.
เข้าสู่ที่พัก โรงแรมมโนลักษณ์ พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ 4
หลวงพระบาง - น้ำตกตาดกวางสี - วังเวียง
07.00 น.
เตรียมสัมภาระ รับประทานอาหารเช้า (มื้อ7) ที่โรงแรม
08.00 น.
เดินทางไปชมความงดงามของน้ำตกตาดกวางสี แวะซื้อของที่ระลึกและซื้อสินค้าพื้น
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อ8) ณ ภัตตาคารที่หลวงพระบาง
13.00 น.
เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศจากหลวงพระบางมุ่งสู่วังเวียง วังเวียง "กุ้ยหลินแห่งแผ่นดินลาว" เป็นเมืองเล็กๆ มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยี่ยมชมไม่ขาดทุกช่วงฤดูกาล เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติของขุนเขา ภูมิอากาศ เย็นสบาย และผู้คนที่น่ารักและมีน้ำใจ ผู้คนในวังเวียงเป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากถิ่นต่างๆ ของลาว โดยเฉพาะชาวไทลื้อ จากเมืองอูเหนือ อูใต้ พงสาลี ซำเหนือ วังเวียงเป็นเมืองที่เหมาะสมในการหลบภัยสงคราม และการป้องกันตนเอง เนื่องจากเป็นเมืองในหุบเขา ครั้งในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองลาวได้ใช้ วังเวียงเป็นฐานทัพ ในสงครามอินโดจีน เครื่องบินรบของฝรั่งเศสก็อาศัยสนามบินวังเวียงเป็นฐานบิน ความประทับใจสำหรับผู้นิยมซื้อของฝากโดยเฉพาะผู้หลงใหลในความงดงามของลวดลายสายไหมของลาว ซึ่งเป็นสุดยอดการทอผ้าไหม ตลาดทั้งวังเวียงมีผ้าไหมหลากหลาย ลวดลายสีสันและรูปแบบผ้าไหม จากซำเหนือ เป็นผ้าไหมที่มีชื่อเสียงมากที่สุด วางจำหน่ายแบบร้านค้าชาวบ้าน ในตลาดวังเวียงยังรักษาวิถีชีวิตพื้นบ้าน ของชาวลาวไว้เป็นอย่างดี คืออยู่อย่างเรียบง่าย พึ่งตนเอง เป็นวิถีชีวิตเกษตรกรรม การนำผลผลิตจากไร่นา สวนครัวและเก็บหาของป่ามาจำหน่าย ถือเป็นวิถีชีวิตที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอนุรักษ์เป็นอย่างดี
18.00 น.
รับประทานอาหารเย็น (มื้อ9) ที่ภัตตาคารวังเวียง ท่องราตรี เข้าพักโรงแรมภูอางคำ
วันที่ 5
วังเวียง - เวียงจันทน์ - หนองคาย
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อ10) ชมตลาดเช้าวังเวียง
08.30 น.
ชมบรรยากาศยามเย็นริมแม่น้ำซอง, ชมถ่ำจัง เป็นถ้ำหินงอก
จากนั้นเดินทางสู่เวียงจันทน์
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อ11) ที่บ้านโพนโหง
14.00 น.
นมัสการเจ้าแม่ศรีเมือง, วัดพระแก้ว, วัดศรีสระเกศ, อนุสาวรีย์ธาตุหลวง, ประตูชัย ซื้อสินค้าปลอดภาษี
18.00 น.
เดินทางถึงด่านสะพานมิตรภาพ ไทย - ลาว จังหวัดหนองคาย ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง แล้ว
รับประทานอาหารเย็น ที่ร้านแดงแหนมเนืองซึ่งเป็นร้านอาหารเวียดนามที่มีชื่อเสียง(มื้อ12)
วันที่ 6
หนองคาย - กรุงเทพฯ
05.00 น.
เดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลง หรือ สลับกันได้ตามความเหมาะสม
โดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

อัตราค่าบริการ

 ผู้ใหญ่ นอนห้องละ 2 ท่าน คิดท่านละ 10,900 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 9,900 บาท(พักกับผู้ใหญ่ีเตียงเสริม)
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 8,900 บาท (พักกับผู้ใหญ่ไม่มีเตียงเสริม)
พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม2,000 บาท
อัตรานี้รวม
 

แถมหมวกกุ๊กไก่(คลิกที่นี่เพื่อดูรูปหมวก)
- ค่ารถโค้ชปรับอากาศ
- ค่ามัคคุเทศก์
- ค่าพิธีการผ่านแดนไทย - ลาว
- ค่านั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำโขง (ขาไป)
- ค่าเหมาเรือ V.I.P. boat
- ค่าโรงแรมที่พัก ตามรายการ
- ค่าธรรมเนียมเข้าชมตามสถานที่สำคัญตามโปรแกรม
- ค่าอาหารตามรายการที่ระบุ (12 มื้อ )
- บริการน้ำดื่มตลอดการเดินทาง
- ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม
 

- ค่าตักบาตรข้าวเหนียว ที่หลวงพระบาง
- ค่าทิปพนักงานบริการ เช่น มัคคุเทศก์, พนักงานยกกระเป๋า, พนักงานขับรถ หรือ พนักงานในเรือเป็นต้น (จะให้หรือไม่ให้ก็ได้แล้วแต่สมัครใจ และ ความพอใจ)
- ค่ามินิบาร์ในห้องพัก
- ค่าซักรีด
- ค่าอาหารที่นอกเหนือจากทางบริษัทจัดให้
- ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ

เอกสารที่ต้องเตรียม
 - หนังสือเดินทางเหลืออายุอย่างน้อยเกิน 6 เดือน และต้องมีหน้าว่างๆ อย่างน้อย 1 หน้า
- บัตรประชาชนตัวจริง ต้องนำติดตัวไปด้วย
เงื่อนไขการชำระเงิน
 

- โดยขอให้ท่าน ชำระ 3,000 บาท/ท่าน หรือ ทั้งหมด ล่วงหน้าพร้อม ส่งรายชื่อและเอกสารของผู้ที่จะร่วมเดินทาง
- ชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ 15 วันก่อนเดินทาง

โอนเงินเข้าบัญชี ดังนี้
ขั้นตอนหลังจากที่ท่านโอนเงินแล้ว
ธนาคารธนาคารไทยพาณิชย์ รบกวนเขียนรายละเอียดในใบโอนเงิน ดังนี้
ชื่อบัญชี :นางสาว จรุงศรี วจนะกุล
1.
ชื่อ และเบอร์โทร ของท่าน ที่สามารถติดต่อได้
ประเภทบัญชี:ออมทรัพย์
2.
เบอร์ แฟ็กซ์ (Fax) หรือ Email ของท่าน เพื่อที่
สาขา:ซอยหมู่บ้านเสนานิเวศน์
ทางบริษัทจะได้จัดส่งใบรับจองทัวร์ไปให้ท่าน
บัญชีเลขที่:093 2 233664
เก็บไวเป็นหลักฐาน
   
3.
ชื่อโปรแกรม และวันที่ ที่จะเดินทาง
ธนาคารธนาคารกรุงศรีอยุธยา
4.
ส่งแฟ็กซ์ (Fax) ใบโอนเงินของท่านที่เขียน
ชื่อบัญชี :นางสาว จรุงศรี วจนะกุลรายละเอียดแล้ว แฟ็กซ์มาที่เบอร์ 02 578 6054
ประเภทบัญชี:ออมทรัพย์  
สาขา:สี่แยกวังหินเมื่อทางบริษัทฯ ได้รับแฟ็กซ์ใบโอนเงินของท่าน
บัญชีเลขที่:214 1 28566 3และตรวจสอบยอดชำระเงินของท่านแล้ว ทางบริษัทฯ
   จะออกใบรับจองทัวร์ ส่งให้ท่านภายใน 3 วันทำการ
ธนาคารธนาคารกรุงเทพเพื่อให้ท่านเก็บไว้เป็นหลักฐานในการซื้อทัวร์
ชื่อบัญชี :นางสาว จรุงศรี วจนะกุล (ตัวอย่างใบรับจองทัวร์)
ประเภทบัญชี:สะสมทรัพย์  
สาขา:ย่อยเทสโก้ โลตัส วังหินสำหรับการชำระส่วนที่เหลือนั้น เมื่อท่านโอนชำระแล้ว
บัญชีเลขที่:008 0 05443 0รบกวนเขียนรายละเอียดและส่งแฟ็กซ์ใบโอนเงินมา

ที่เบอร์ 02 578 6054 บริษัทฯ จะได้ตรวจยอดการ

  ชำระของท่านว่าท่านได้ชำระค่าทัวร์ครบแล้วพร้อมทั้ง
  ให้ท่านเก็บใบโอนเงินตัวจริงไว้เป็นหลักฐาน
 
กุ๊กไก่ แทรเวล
เลขที่ 3/323 หมู่ที่ 11 หมู่บ้าน บ้านแก้ววิลล่า2 ถ. ลาดพร้าว-วังหิน แขวง ลาดพร้าว เขต ลาดพร้าว กทม. 10230
โทร 02 578 6281ถึง 3, 02 942 0516 หรือ 080 773 8663 แฟกซ์ 02 578 6054
Email : info@kookaitravel.com

Copyright © 2003 KookaiTravel.com. All rights reserved.