บินลัดฟ้า มุ่งหน้าสู่ "ปักกิ่ง " กำแพงเมืองจีน  5 วัน 3 คืน

นั่งกระเช้าขึ้นกำแพงเมืองจีน ที่ด่านป้าต๋าหลิ่ง

เมนูพิเศษ : ! เป็ดปักกิ่ง ต้นตำหรับ เฉวียนฉีเต๋อ / BBQ บาซีเลี่ยน / บุฟเฟต์ นานาชาติ

พักโรงแรมระดับ 5 ดาว

 เดินทางโดยสายการบิน แอร์ไชน่า (CA)

(ช้อปปิ้งร้านรัฐบาล วันละ 1 แห่ง มีไข่มุก, ชา, บัวหิมะ, ผ้าไหม, หยก)


เที่ยวครบปักกิ่ง ... สูตรมาตรฐาน อลังการกำแพงเมืองจีน (ด่านป้าต๋าหลิ่ง)
จัตุรัสเทียนอันเหมิน-พระราชวังต้องห้าม-พระราชวังซูสีไทเฮา-หอฟ้าเทียนถาน


กำหนดการเดินทาง ทัวร์ 5 วัน 3 คืน

นอนบนเครื่อง 1คืน นอนโรงแรม 3 คืน

Trip
วันที่
xx-xx-xx-xx-xx
 เดือน ปี
ราคาโปรโมชั่น
(เปิดจองแล้ว)

- - -โรงแรม xดาว ราคา ลดเหลือ xx,xxxบาท

 
 

(หากต้องการไปเป็นหมู่คณะส่วนตัวสามารถจัดให้เดินทางได้ทุกวันตามที่ต้องการ)

วันที่ 1สนามบินสุวรรณภูมิ
23.00 น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาเตอร์ W ประตู 8 สายการบิน แอร์ไชน่า พบเจ้าหน้าที่ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนขึ้นเครื่อง
01.20 น.
ออกเดินทางจากสนามบิน สู่เมืองปักกิ่ง โดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA 980
วันที่ 2จตุรัสเทียนอันเหมิน - พระราชวังกู้กง -วัดลามะ- กายกรรม
06.45 น.
ถึงสนามบินนานาชาติปักกิ่ง เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ เดิมทีปักกิ่งเคยเป็นเมืองสำคัญทางการค้าของอาณาจักรเยี่ยนเมื่อ 500 ปี ก่อนคริสตกาล หลังการปฏิวัติล้มล้างระบอบสมบูรญาณาสิทธิราช และการสู้รบกลางเมือง ค.ศ. 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ชัยชนะ จึงประกาศตั้งรัฐบาลและกรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนับแต่นั้นมา สนามบินโฉมใหม่ที่มีขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ที่เข้าถึงจิตใจผู้โดยสาร ด้วยการออกแบบทางเดินแต่ละส่วนให้สั้นที่สุด ฟอสเตอร์ ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามา พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร กำหนดสร้างเสร็จปี 2007 นอกจากนี้ จีนยังมีแผนที่จะสร้างสนามบินใหม่ถึง 108 แห่งระหว่างปี 2004-2009 ซึ่งรวมทั้งสนามบินนานาชาติปักกิ่งแห่งนี้ ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2007 เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2008 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 43 ล้านคนในปีแรก และเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2015 หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองปักกิ่ง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 1)หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเทียนอันเหมิน จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของประเทศจีนใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีฉลองเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ ถ่ายรูปคู่อนุสาวรีย์วีรชนศาลาประชาคมหอระลึกประธานเหมา เจ๋อตุง เที่ยวชม พระราชวังต้องห้าม "กู้กง" สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิงเป็นทั้งบ้านและชีวิตของจักรพรรดิในราชวงศ์หมิงและชิงรวมทั้งสิ้น 24 พระองค์ พระราชวังเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี มีชื่อในภาษาจีนว่า 'กู้กง' หมายถึงพระราชวังเดิม มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า 'จื่อจิ้นเฉิง' ซึ่งแปลว่า 'พระราชวังต้องห้าม'เหตุที่เรียกพระราชวังต้องห้าม เนื่องมาจากชาวจีนถือคติในการสร้างวังว่าจักรพรรดิเปรียบเสมือนบุตรแห่งสวรรค์ ดังนั้นวังของบุตรแห่งสวรรค์จึงต้องเป็น 'ที่ต้องห้าม' คนธรรมดาสามัญไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้พระราชวังต้องห้ามสร้างโดยยึดหลักขนบธรรมเนียมของระบบศักดินา คือ อำนาจสูงสุดของประเทศอยู่ที่จักรพรรดิเพียงพระองค์เดียว ดังนั้นรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและการตกแต่งจึงเน้นความใหญ่โตโอ่อ่า เพื่อให้เกิดความรู้สึกน่าเกรงขาม มากกว่าเน้นในด้านประโยชน์ใช้สอย
เที่ยง
รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2 ) นำท่านไหว้พระที่ วัดลามะ ชมพระราชวังหยงเหอกง ซึ่งเป็นที่ประทับขององค์ชายสี่ในสมัยราชวงศ์ชิงต่อมาได้สร้างเป็นวัดลามะ ภายในวัดได้ตั้งพระพุทธรูปยืน ซึ่งทำด้วยไม้จันต้นเดียวเป็นไม้ยืนที่สูงที่สุดในโลก ชมร้านค้าต่างๆซึ่งเลียนแบบมาจากซูโจว
ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3) บริการอาหารพิเศษ.*** เป็ดปักกิ่งต้นตำหรับ เฉวียนฉีเต๋อ ร้านเก่าแก่ของปักกิ่ง ที่ใช้ต้อนรับแขกบ้าน แขกเมืองของรัฐบาลปักกิ่ง จากนั้นนำท่านชม สุดยอดกายกรรมชื่อก้องโลก จนทำให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก พักที่ COMFORT SUIT HOTEL หรือเทียบเท่า 5*

วันที่ 3พระราชวังฤดูร้อน-ล่องเรือทะเลสาบคุนหมิง-หอฟ้าเทียนถาน-ช้อปปิ้งหวังฝูจิ่ง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม (มื้อที่ 4) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังฤดูร้อน "อวี้เหอหยวน" ย้อนรอยประวัติศาสตร์พื้นที่ที่เป็นพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวนในปัจจุบันนี้ มีประวัติศาสตร์มาเกือบพันปีแล้ว ย้อนหลังไปราวคริสต์ศักราชที่ 11 สมัยราชวงศ์จิ๋น ค.ศ. 1115-1234 พื้นที่ในเขตไห่เตี้ยนนอกกรุงปักกิ่ง มีภูมิประเทศของขุนเขางดงามประดุจภาพวาด อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก จึงเหมาะเป็นสถานที่ที่เจ้านายผู้ปกครองในระบบศักดินานิยมมาพักผ่อนตากอากาศ และก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนขึ้นใน
สมัยจักรพรรดิหย่งเจิ้งแห่งราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) พระราชวังฤดูร้อนได้ทวีความสำคัญขึ้น โดยจักรพรรดิต่อ
มาอีกหลายพระองค์โปรดเสด็จมาประทับทรงงาน ตลอดจนว่าราชการแผ่นดิน ที่พระราชวังฤดูร้อนนอกเขตพระราชฐาน จนทำให้พระราชวังฤดูร้อนมีบทบาทสำคัญในด้านเป็นศูนย์กลางทางการเมืองกล่าวกันว่า การก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อน
นอกพระราชฐานนี้ดำเนินมาตลอดเวลา 800 ปีจวบจนกระทั่งสิ้นสุดกาลสมัยของราชวงศ์แมนจู่ ทำให้พระราชวังฤดูร้อน
บริเวณชานกรุงปักกิ่งบนเขา 3 ลูก ได้แก่ เขาเซียงซัน เขาอี้ว์เฉวียนซัน และเขาวั่นโซ่วซันมีพื้นที่กว้างใหญ
รวมทั้งสิ้นกว่า 100 ตารางกิโลเมตร ภายในพระราชวังฤดูร้อนท่านจะได้พบความสวยงามของทะเลสาบคุนหมิง นับเป็นทิวทัศน์ที่โดดเด่นที่สุดในพระราชวังอี๋เหอหยวน มีสะพานและเขื่อนทางทิศตะวันตกและออกของทะเลสาบที่งดงาม
ภูเขาวั่นโซ่วซันเบื้องหลังของทะเลสาบคุนหมิงคือภูเขาเวิงซัน คำว่าเวิงซัน แปลว่า ภูเขาผู้เฒ่า เล่ากันว่า เหตุ
ที่ได้ชื่อว่าภูเขาเวิงซัน เพราะมีชายชราคนหนึ่งขุดพบก้อนหินรูปร่างคล้ายผู้เฒ่าได้ที่เนินเขา พอถึงสมัยจักรพรรดิเจี่ยจิ้งแห่งราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) หินก้อนนั้นได้หายสาบสูญไป แต่ชื่อเวิงซันยังคงใช้มาจนถึงสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง จักรพรรดิเฉียนหลงทรงเปลี่ยนชื่อเวิงซันเป็นวั่นโซ่วซัน แปลว่าภูเขาหมื่นปี เพื่อเทิดพระเกียรติแด่พระมารดาให้มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน ต่อมาในปี ค.ศ. 1447 แม่นมในจักรพรรดิซือจื้อแห่งราชวงศ์หมิง ได้สร้างศาลเจ้าหยวนจิ้งขึ้นบนภูเขาแห่งนี้ ปัจจุบันคือ วิหารไผหยุน ทางตอนใต้ของเชิงเขาวั่นโซ่วซัน ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นเอกลักษณ์อีกสิ่งหนึ่งของพระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวน คือ ระเบียงยาว ที่ทอดตัวยาวคดเคี้ยวบนริมฝั่งทะเลสาบคุนหมิงทางทิศเหนือ มีรูปแบบการก่อสร้างที่มีความพิเศษ คือ ภายในระเบียงด้านในมีการเขียนลวดลายเป็นภาพวาดสีสันแพรวพราวกว่า 15,000 ภาพ ด้านนอกระเบียงสร้างเป็นศาลาพักร้อน หอชมสวน เก๋งจีนเชื่อมต่อตลอดความยาวของระเบียงเป็นระยะๆ สิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่กล่าวถึง คือ ศาลาแปดเหลี่ยมที่มีชื่อตามความงามในฤดูกาลทั้งสี่ ได้แก่ หอหลิวเจีย ฉีหลานชิวซุ่ย และชิงเหยา ปี ค.ศ.1990 ระเบียงยาวแห่งนี้ได้รับการบันทึกให้เป็นระเบียงที่ประดับภาพเขียนที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาวถึง 728 เมตร แบ่งเป็น 273 ช่วง แต่ละช่วงมีการแสดงภาพเขียนทิวทัศน์ธรรมชาติ ดอกไม้ และนกนานาชนิดจากนั้นนำท่าน ล่องทะเลสาบคุนหมิง เพื่อให้ท่านชมความงามในมุมที่แตกต่าง พาท่านไป นวดฝ่าเท้า คลายความเหนื่อยเมื่อยล้า
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5) นำท่านเดินทางสู่หอบวงสรวงเทวดาฟ้าดินเทียนถาน ไม่ไกลจากพระราชวังต้องห้าม (กู้กง)ไปทางทิศใต้ ภายในรั้วของสวนสาธารณะ เทียนถันคือที่ตั้งของสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าสะดุดตาที่สุดด้วยหลังคากระเบื้องสีฟ้าเข้ม ที่กลมกลืนกับท้องฟ้าเบื้องบน ในอดีตคือ สถานที่ประกอบพระราชพิธีสักการะเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งฟ้าของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง และชิง มาหลายสมัย ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่ออกแบบมาเพื่อรับใช้คติในการแสดงความเคารพต่อ "ฟ้า" ของชาวจีนซึ่งปัจจุบันนับเป็นสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการเซ่นไหว้ ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มโบราณสถานประเภทเดียวกันที่หลงเหลืออยู่ในกรุงปักกิ่ง หอสักการะฟ้าเทียนถัน เดิมเรียกว่า หอสักการะฟ้าดิน แรกเริ่มเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิเสด็จมาเซ่นไหว้เทพเจ้าฟ้าและดิน มาในสมัยราชวงศ์หมิงปีที่ 9 แห่งราชกาลหมิงเจียจิ้ง (ค.ศ. 1530) ได้มีการสร้างหอสักการะดินขึ้นทางทิศเหนือชานกรุงปักกิ่ง สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่สำหรับเซ่นไหว้สักการะเฉพาะเทพเจ้าแห่งฟ้า แล้วเปลี่ยนมาใช้นาม เทียนถัน ทั้งนี้การประกอบพิธีสักการะและสวดมนต์ภาวนาต่อสวรรค์ของกษัตริย์ราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) และชิง (ค.ศ.1644-1911) กระทำขึ้นเพื่อขอความสิริมงคลแก่ตน ขอฟ้าขอฝนให้พืชผลในไร่นาอุดมสมบูรณ์ พสกนิกรอยู่ร่มเย็นเป็นสุขบนพื้นที่กว่า 2 ล้าน ตารางเมตร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร (มื้อที่ 6) อาหารพิเศษ! *** บุฟเฟต์ นานาชาติ หลังอาหารนำท่านสู่ย่านที่คึกคักสุดของกรุงปักกิ่ง "หวังฟู่จิ่ง" ให้ท่านได้มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าทั้งแบรนด์เนม จีน และ ต่างประเทศ อีกทั้งยังมีสินค้าพื้นเมืองมากมายให้ท่านเลือก พักที่ COMFORT SUIT HOTEL หรือเทียบเท่า 5*
วันที่ 4กำแพงเมืองจีน (กระเช้า) - พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง - ถนนสายบันเทิงโฮ่ไห่
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม (มื้อที่ 7) จากนั้นเดินทางสู่ กำแพงเมืองจีน 'มิเคยขึ้นกำแพงเมืองจีน หาใช่ลูกผู้ชายไม่' คำกล่าวจากกลอนบทหนึ่งของ เหมาเจ๋อตง ที่ได้เอ่ยถึง'ฉางเฉิง'หรือกำแพงเมืองจีนสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวจีนทั้งชาติ เนื่องจากเป็นสิ่งปลูกสร้างทางทหารเพื่อการป้องกันประเทศที่ยิ่งใหญ่ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างยาวนานที่สุด อีกทั้งอิฐหินแต่ละก้อนล้วนมาจากหยาดเหงื่อ เลือดเนื้อและชีวิตของบรรพบุรุษแห่งชนในชาติทั้งสิ้น กำแพงเมืองจีนจึงเปรียบเสมือนอนุสรณ์สถานให้คนรุ่นหลังได้หวนระลึกถึงความเกรียงไกรของบรรพชนรุ่นก่อน ที่แม้นจะไร้ซึ่งเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัย ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานยิ่งใหญ่เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกได้ หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่มีการถกเถียงกันว่าสามารถมองเห็นได้จากภายนอกโลกนี้ ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ คือ ส่วน กำแพงเมือง มีทั้งที่เป็นกำแพงหิน ดิน ทราย และอื่นๆ ตามแต่วัสดุที่ใช้ก่อสร้าง โดยจะมีความสูงราว 3-8 เมตร และยอดกำแพงกว้าง 4-6 เมตร "หอสังเกตการณ์" จะแบ่งออกเป็นสองชั้น โดยชั้นบนใช้คอยสอดส่องและยิงธนูต่อสู้ข้าศึก ส่วนชั้นล่างถูกซอยออกเป็นห้องเล็กๆใช้เก็บสรรพาวุธ รวมถึงเป็นที่พักนอนของเหล่าทหารหาญ ส่วนที่สามคือ "ตัวด่านหรือป้อมปราการ" มักสร้างไว้ตามจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ และ"หอส่งสัญญาณ"ซึ่งเป็นส่วนที่ตั้งอยู่นอกเขตกำแพงตามยอดเขาหรือที่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากที่ไกลๆ ตอนกลางคืนจะใช้วิธีจุดไฟแจ้งเหตุ ส่วนกลางวันใช้เป็นควันไฟสัญญาณ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8) ***ลองลิ้มชิมรสสุกี้มองโกเลียรสเด็ด*** จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ภายในพิพิธภัณฑ์ท่านจะได้ชมประวัติศาสตร์ความเป็นมาของราชวงศ์หมิงตั้งแต่เริ่มราชวงศ์ ทั้ง 13 พระองค์ จนถึงการสิ้นสุดราชวงศ์หมิง ซึ่งภายในได้จัดการแสดงเรื่องราวไว้ทั้งหมด 26 ฉาก โดยในแต่ละฉากแสดงถึงความเป็นมาของจีน ท่านสามารถทราบประวัติความเป็นมาในอดีต ซึ่งเป็นศูนย์อบรมเพื่อใช้เป็นบทเรียนของผู้นำจีนและเยาวชน หุ่นขี้ผึ้งทุกตัวที่สร้างมีขนาดเท่าของจริง ชมสินค้ามีชื่อของปักกิ่ง ชม หยกแท้ ของเมืองจีนพร้อมทั้งให้ท่านได้รับคำแนะนำและวิธีการดูหยก และให้ท่านเลือกชมและเลือกซื้อหยกไว้เป็นของฝากล้ำค่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9) อาหารพิเศษ! ***BBQ บาซิเลี่ยน *** หลังอาหารบริการพิเศษ สำหรับท่านที่ต้องการสัมผัสวิถีชิวิตยามราตรี ของคนปักกิ่ง ถนนสายบันเทิงโฮ่ไห่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีที่เพิ่งเป็นที่นิยมในปักกิ่งเมื่อ 2-3 ปีมานี้เอง มีผับบาร์จำนวนมาก เรียงรายฝั่งซ้ายของทะเลสาบโฮ่ไห่ ให้ท่านเลือกร้านตามสไตล์ของแต่ละท่าน สำหรับท่านที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยว จากกรุงเทพ มาที่นี่ โฮ่ไห่ก็ได้บรรยากาศการเที่ยวผับไปอีกแบบ สำหรับท่านที่ไม่อยากเที่ยวผับ ฝั่งขวามือ จะเรียงรายด้วยร้านขายของที่ระลึก และ ถ่ายรูปทะเลสาบโฮ่ไห่ ที่ประดับประดาด้วยไฟอย่างสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านกลับที่พัก COMFORT SUIT HOTEL หรือเทียบเท่า 5*
วันที่ 5ช้อปปิ้งเฉียนเหมิน-สนามกีฬาแห่งชาติ-สวนโอลิมปิก-ตลาดรัสเซีย-กรุงเทพฯ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ที่โรงแรม (มื้อที่ 10 )จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ถนนเฉียนเหมิน ชื่อถนนเฉียนเหมินหมายถึง ประตูหน้า ซึ่งเป็นประตูที่สำคัญที่สุดในการเข้าออกกรุงปักกิ่งในสมัยโบราณ เมื่อย้อมไปเมื่อกลางราชวงศ์หมิง บริเวนเฉียนเหมินมีตลาดสดขายปลา ขายเนื้อหมู ถ่านหินและธัญญาหารเป็นต้น จากนั้นค่อย ๆ พัฒนามาเป็นถนนการค้าสายหนึ่ง เมื่อต้นสมัยราชวงศ์ชิง มีการสร้างสำนักงานของท้องที่ต่าง ๆ สำหรับผู้ที่มาสอบจองหงวน ผู้ที่มารับตำแหน่งที่พระราชวังและผู้ที่ทำกิจธุระที่ปักกิ่งในบริเวนเฉียนเหมิน ผู้คนเหล่านี้นิยมไปซื้อของ ทานข้าวและมีนันทนาการที่แถวเฉียนเหมิน ที่นั่นจึงมีภัตตาคาร ร้านชา โรงงิ้วและโรงหนังเกิดขึ้น ตอนที่ถนนเฉียนเหมินเฟื่องฟูที่สุด สองข้างทางมีร้านค้าต่าง ๆ 140ร้าน เมื่อปี1855 จากนั้นนำท่านผ่านชม "สนามกีฬาแห่งชาติ" ซึ่งสนามกีฬาหลายแห่งในโลก ออกแบบโดยเดินตามรอยสนามกีฬาชื่อดังของโลก โคลิเซี่ยมแห่งโรม แต่สนามกีฬานานาชาติของ Herzog & de Meuron ในปักกิ่งนี้พยายามที่จะคิดออกแบบใหม่ให้เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อมปัจจุบันมากขึ้นสถาปนิกจากสวิสเซอร์แลนด์ Herzog & de Meuron ต้องการที่จะช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ ในสนามกีฬาโครงสร้าง 91,000 ที่นั่ง อาจถือได้ว่า เป็นสนามกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้สนามกีฬาดังกล่าวซึ่งจะใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ "รังนก" ที่มีโครงตาข่ายเหล็กสีเทาๆเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มเพดานและผนังอาคารที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส อัฒจันทร์มีลักษณะรูปทรงชามสีแดง ซึ่งดูคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามของจีน ภาพโครงสร้างของสนามกีฬาแห่งนี้ จึงดูคล้ายพระราชวังสีแดง ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงสีเทาเขียว ซึ่งให้กลิ่นอายงดงามแบบตะวันออก สำหรับบันไดภายในสนามกีฬาถูกสร้างให้กลมกลืนกับโครงตาข่าย ซึ่งให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเอกภาพ ผ่านชมสนามกีฬาโอลิมปิค 2008 วิวกลางคืน ที่เคียงคู่อยู่กับ "สระว่ายน้ำแห่งชาติ" (GYMNASIUM ฟองน้ำ) ซึ่งสระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย "ก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่" ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทำเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนำมาใช้เดินเครื่องกรองน้ำเสียของสระน้ำที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บไว้ในอ่างเก็บ
น้ำขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin's Trinity College ที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิด
จากแผ่นดินไหวได้ด้วย เข้าชมสวนโอลิมปิก สวนโอลิมปิกเป็นสวนสาธารณะในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีพื้นที่กว้างกว่าพื้นที่รวมของพระราชวังฤดูร้อนและสวนหยวนหมิงหยวน ทุกมุมมองแสดงให้เห็นถึง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศ สะท้อนให้เห็นถึงสีเขียวของต้นไม้ที่มีความ สัมพันธ์กับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วนำท่านไปชิมชาอวู่หลงและชาที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เช่น ชาผลไม้ ชามะลิ ชากุหลาบ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11) นำท่านสู่ ตลาดรัสเซีย พาท่านช้อปปิ้ง สินค้า อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้าหนัง, เนคไท มียี่ห้อชื่อดังมากมาย และราคาถูกกว่าเมืองไทยอย่างคาดไม่ถึงนำท่านชมการสาธิตการรักษาแผล
จากไฟไหม้ของโรงงานเป่าฝู่ถังผลิตยา"บัวหิมะ" ที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองจีน
ค่ำ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินปักกิ่ง
20:30 น.
ออกเดินทางสู่ สนามบินปักกิ่งโดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA 979
00:20 น.
เดินทางกลับถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 โดยสวัสดิภาพฯ
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลง หรือ สลับกันได้ตามความเหมาะสม
โดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

อัตราค่าบริการ

 ผู้ใหญ่ นอนห้องละ 2 ท่าน คิดท่านละ 19,999 บาท
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 18,999 บาท (พักกับผู้ใหญ่มีเตียงเสริม)
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี17,999 บาท (พักกับผู้ใหญ่ไม่มีเตียงเสริม)
พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม4,500 บาท
หมายเหตุ
ราคาดังกล่าวข้างต้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะค่าเงินบาทที่ไม่คงที่ และกรณีที่สายการบินมีการเรียกเก็บค่าน้ำมัน ค่าประกันภัยเพิ่มเติมจากราคาที่กำหนดไว้
อัตรานี้รวม
 

แถมกระเป๋าเดินทาง คลิกดูกระเป๋าเดินทาง แจกให้ ณ วันที่ออกเดินทาง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
แถมหมวกกุ๊กไกคลิกที่นี่เพื่อดูรูปหมวก แจกให้ วันแรกที่ ปักกิ่ง ประเทศจีน
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าวีซ่าเข้าประเทศจีน
ค่าเอกสารผ่านแดน
ค่าโรงแรมที่พักระดับ (5 ดาว) 4 คืน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุไว้ในรายการ
เมนูพิเศษ : เป็ดปักกิ่ง ต้นตำหรับ เฉวียนฉีเต๋อ / BBQ บาซีเลี่ยน / บุฟเฟต์ นานาชาติ
ค่าอาหารทุกมื้อ 12 มื้อ ที่ระบุตามรายการ
ค่ารถรับส่งตามสถานท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ
ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
ค่าหัวหน้าทัวร์ ไกด์ท้องถิ่น ให้บริการท่องเที่ยวตามรายการ
แจกน้ำดื่มบนรถท่านละ 1 ขวด ต่อวัน
ค่าค่าภาษีสนามบินจีน, ค่าประกันภัยและภาษีน้ำมัน
ค่าน้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม
ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม
 

ค่าวีซ่า ค่าหนังสือเดินทาง เอกสารของคนต่างชาติ ที่ไม่ใช่คนไทย
ค่าทำวีซ่าด่วน คนไทย และ คนต่างชาติ
ค่าธรรมเนียมเดินทางแจ้งเข้า-แจ้งออก ของคนต่างชาติ ที่ไม่ใช่คนไทย
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักผ้า รีดผ้า ค่าอาหาร ค่ามินิบาร์ในห้องพัก และเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
ค่าทิปกระเป๋าขึ้นห้องพัก ค่าทิปไกด์ วันละ 10 หยวนต่อคน ต่อวัน และ คนขับรถ วันละ 10 หยวนต่อคน
ค่าน้ำหนักเกิน กรณี น้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง เกิน 20 กิโลกรัม (ประมาณ 400 บาท/ 1 กิโลกรัม)

เอกสารที่ต้องเตรียม
 

1. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง )
2. หนังสือเดินทางควรมีหน้าว่างๆ สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย 2 หน้าเต็ม
3. รูปถ่ายสีหน้าตรง มีพื้นหลังสีฟ้าขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือ รูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ (รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน อัดด้วยกระดาษสีโกดักและฟูจิ)

สถานฑูตจีนอาจปฏิเสธไม่รับทำวีซ่าให้ พาสปอร์ตของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้
1. ชื่อเป็นชาย แต่ส่งรูปถ่ายที่ดูเป็นหญิง เช่น ไว้ผมยาว หรือแต่งหน้าทาปาก
2. นำรูปถ่ายเก่า ที่ถ่ายไว้เกินกว่า 6 เดือนมาใช้
3. นำรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง ที่ถ่ายเล่น หรือรูปยืนเอียงข้าง มาตัดใช้เพื่อยื่นทำวีซ่า
4. นำรูปถ่ายที่เป็นกระดาษถ่ายสติคเกอร์ หรือรูปที่พริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์

อัตราค่าวีซ่าด่วน (เฉพาะคนไทย) ที่ต้องจ่ายเพิ่มให้สถานฑูตจีน เมื่อท่านส่งหนังสือเดินทางล่าช้า
• ยื่นวีซ่าด่วน 1 วัน เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 1,200 บาท
• ยื่นวีซ่าด่วน 2-3 วัน เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 800 บาท

วันเดินทางออกจาก กรุงเทพฯ กรุณานำบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย

เงื่อนไขการชำระเงิน
 

- โดยขอให้ท่าน ชำระ 5,000 บาท/ท่าน หรือ ทั้งหมด ล่วงหน้าพร้อมส่งรายชื่อและเอกสาร
  ของผู้ที่จะร่วมเดินทางภายใน 20 วัน
- ชำระค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือ 15 วันก่อนเดินทาง

โอนเงินเข้าบัญชี ดังนี้
ขั้นตอนหลังจากที่ท่านโอนเงินแล้ว
ธนาคารธนาคารไทยพาณิชย์ รบกวนเขียนรายละเอียดในใบโอนเงิน ดังนี้
ชื่อบัญชี :นางสาว จรุงศรี วจนะกุล
1.
ชื่อ และเบอร์โทร ของท่าน ที่สามารถติดต่อได้
ประเภทบัญชี:ออมทรัพย์
2.
เบอร์ แฟ็กซ์ (Fax) หรือ Email ของท่าน เพื่อที่
สาขา:ซอยหมู่บ้านเสนานิเวศน์
ทางบริษัทจะได้จัดส่งใบรับจองทัวร์ไปให้ท่าน
บัญชีเลขที่:093 2 233664
เก็บไวเป็นหลักฐาน
   
3.
ชื่อโปรแกรม และวันที่ ที่จะเดินทาง
ธนาคารธนาคารกรุงศรีอยุธยา
4.
รบกวนส่งแฟ็กซ์ (Fax) เอกสาร ดังนี้
ชื่อบัญชี :นางสาว จรุงศรี วจนะกุล4.1. ใบโอนเงินของท่านที่เขียนรายละเอียดแล้ว
ประเภทบัญชี:ออมทรัพย์ 4.2. สำเนาหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปและข้อมูลของท่าน
สาขา:สี่แยกวังหิน หากท่านใดมีการต่ออายุหนังสือเดินทาง
บัญชีเลขที่:214 1 28566 3 รบกวนส่งสำเนาหน้าที่ต่ออายุมาด้วย
    โดยแฟ็กซ์ (Fax) มาที่เบอร์ 02 578 6054
ธนาคารธนาคารกรุงเทพ  
ชื่อบัญชี :นางสาว จรุงศรี วจนะกุลเมื่อทางบริษัทฯ ได้รับแฟ็กซ์ใบโอนเงินของท่าน
ประเภทบัญชี:สะสมทรัพย์และตรวจสอบยอดชำระเงินของท่านแล้ว ทางบริษัทฯ
สาขา:ย่อยเทสโก้ โลตัส วังหินจะออกใบรับจองทัวร์ ส่งให้ท่านภายใน 3 วันทำการ
บัญชีเลขที่:008 0 05443 0เพื่อให้ท่านเก็บไว้เป็นหลักฐานในการซื้อทัวร์
 (ตัวอย่างใบรับจองทัวร์)
   
 สำหรับการชำระส่วนที่เหลือนั้น เมื่อท่านโอนชำระแล้ว
 รบกวนเขียนรายละเอียดและส่งแฟ็กซ์ใบโอนเงินมา
 

ที่เบอร์ 02 578 6054 บริษัทฯ จะได้ตรวจยอดการ

  ชำระของท่านว่าท่านได้ชำระค่าทัวร์ครบแล้วพร้อมทั้ง
  ให้ท่านเก็บใบโอนเงินตัวจริงไว้เป็นหลักฐาน

เงื่อนไขการให้บริการ
 

1. ในการจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 5,000 บาท/ท่าน หรือ ทั้งหมด ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 15 วัน
2. เนื่องจากราคานี้เป็นราคาโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินต้องเดินทางตามวันที่ ที่ระบุบนหน้าตั๋ว จึงไม่สามารถยกเลิก หรือ
เปลี่ยนแปลงการเดินทางใดๆ ถ้ากรณียกเลิก หรือ เปลี่ยนแปลงการเดินทาง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน ทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับท่าน
2.1 กรณี กรุ๊ปเหมา
2.1.1 ท่านสามารถเหลือวันเดินทางได้ตามที่ท่านต้องการ
2.1.2 กรุ๊ปเหมาของท่านมีเหตุจำเป็นต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงวันเดินทาง, เวลา, ชื่อและนามสกุล บนตั๋วเครื่องบิน หากสายการมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ค่าใช้จ่ายใช้ในส่วนนี้ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ
3. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว หากท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่าน สละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน
4. กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการ

 
กุ๊กไก่ แทรเวล
เลขที่ 3/323 หมู่ที่ 11 หมู่บ้าน บ้านแก้ววิลล่า2 ถ. ลาดพร้าว-วังหิน แขวง ลาดพร้าว เขต ลาดพร้าว กทม. 10230
โทร 02 578 6281ถึง 3, 02 942 0516 หรือ 080 773 8663 แฟกซ์ 02 578 6054
Email : info@kookaitravel.com

Copyright © 2003 KookaiTravel.com. All rights reserved.